image

Business & Industrial

สิงคโปร์กับมาตรการเยียวยาคนทำงานศิลปะยุค COVID-19

Published Date : 30 มิ.ย. 2563

Resource : Creative Thailand

1,468

ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนที่แทบทุกภาคส่วนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส 'อุตสาหกรรมศิลปะ' ทั่วโลกก็หนีไม่พ้นวิกฤตครั้งนี้เช่นกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคืองานคอนเสิร์ต ละครเวที นิทรรศการ และการแสดงทางศิลปะอีกหลากหลายรูปแบบจำเป็นต้องยกเลิกกำหนดการออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับสิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องเรื่องการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างเป็นระบบ ก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือคนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรมออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้การสนับสนุนอย่างตรงจุดและรอบด้าน โดยมีสภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ (National Arts Council: NAC) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก

จริงอยู่ว่า สถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัสครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักและกะทันหันต่ออุตสาหกรรมศิลปะในสิงคโปร์ แต่ก็เป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการและคนทำงานในแวดวงจะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็น พร้อมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นกว่าที่เคย นี่คือความเชื่อของ NAC ที่สะท้อนจากคำบอกเล่าของ คุณ Low Eng Teong รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรม สภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์

มาตรการช่วยเหลือรอบด้าน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือองค์กรและคนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะภายใต้ชื่อ ‘Arts and Culture Resilience Package’ (ACRP) เพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ รวมเป็นงบประมาณจำนวน 55 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 1,240 ล้านบาท) “จุดประสงค์หลักของมาตรการเยียวยานี้ คือเราต้องการดูแลความเป็นอยู่ของลูกจ้างและคนทำงานอิสระในภาคศิลปะที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาท้าทายเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกจากนี้ มาตรการ ACRP ยังมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมศักยภาพในระยะยาวให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมศิลปะหลังการแพร่ระบาดอีกด้วย” ซึ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดความช่วยเหลือในมาตรการ จะพบว่ามีการแบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

1. สนับสนุนค่าจ้างและเงินชดเชย (Jobs Support Scheme)
รัฐบาลสิงคโปร์จะช่วยจ่ายเงินชดเชย 25-75% ของค่าจ้างแรงงานให้แก่พนักงานในบริษัทหรือองค์กรด้านศิลปะที่สมทบเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (CPF) จนถึงเดือนสิงหาคม 2020 รวมเป็นเวลา 10 เดือน โดยมาตรการนี้ยังครอบคลุมถึงพนักงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานด้วย 

2. ละเว้นค่าเช่าสำนักงานบนพื้นที่ของรัฐ (Rental Waivers)
บริษัทและหน่วยงานด้านศิลปะที่เช่าสำนักงานบนพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินของกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน (MCCY) จะได้รับการละเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 4 เดือน 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์มีมาตรการให้ส่วนลดค่าเช่าสำนักงานบนพื้นที่ของรัฐให้แก่ผู้ประกอบการด้านศิลปะอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส โดยสามารถขอเช่าในอัตราเพียง 20% ของราคาตลาด และ NAC จะจ่ายเงินอุดหนุนให้อีก 80% เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรมมีโอกาสเติบโตได้ง่ายขึ้น

3.พัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capability Development Scheme for the Arts)
นอกจากการบรรเทาเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์ยังสนับสนุนให้คนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาศักยภาพ และเปิดกว้างในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ โดยเพิ่มทุนสนับสนุนค่าเล่าเรียนในคอร์สฝึกอบรมจากทั้งสถาบันการศึกษาหรือองค์กรด้านศิลปะ ทั้งในและต่างประเทศ และขยายระยะเวลาเรียนไปจนถึงสิ้นปี 2020 และไม่ว่าจะเป็นองค์กร หรือคนทำงานอิสระในอุตสาหกรรมศิลปะ ก็สามารถสมัครขอรับทุนเพื่อเข้าเรียนในคอร์สออนไลน์ เวิร์กช็อป และการฝึกอบรมรูปแบบต่างๆ ได้ไม่ต่างกัน เงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือคอร์สเรียนที่เลือกจะต้องเน้นพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องและจำเป็นสำหรับการทำงาน ได้แก่

  • การสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย (Audience Engagement) 
  • ความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) 
  • เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) 
  • การฝึกอบรมศิลปะเฉพาะทาง (Art-form Specific Training)

มาตรการนี้นับว่าเป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะโดยเฉพาะ เพราะก่อนหน้านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เริ่มให้การช่วยเหลือกลุ่มคนทำงานอิสระหรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Self-Employed Persons) ในด้านการพัฒนาทักษะแบบกว้าง ๆ โดยสนับสนุนเครดิตมูลค่า 500 เหรียญสิงคโปร์ในแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ SkillsFuture ให้ประชาชนสิงคโปร์ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไปสามารถเลือกเข้าเรียนในคอร์สเสริมทักษะที่สนใจ

4.กองทุนเพื่อการปรับตัวสู่โลกดิจิทัล (Digitalization Fund)
นอกจากการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง NAC ยังเล็งเห็นว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงานก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานแบบใหม่ๆ ทั้งยังจะช่วยสร้างการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้างได้มากขึ้น เป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายที่จะให้การสนับสนุนวงการศิลปะต่อไปหลังสถานการณ์กลับสู่ความปกติ นอกจากนี้ คุณ Low Eng Teong ยังเน้นย้ำด้วยว่า อันที่จริง Digitalization เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาอุตสาหกรรมศิลปะของสิงคโปร์ 'Our SG Arts Plan' ปี 2018-2022 อยู่แล้ว 

NAC จึงสนับสนุนให้องค์กรด้านศิลปะใช้โอกาสนี้ในการคิดหาวิธีนำผลงานทั้งเก่าและใหม่ มานำเสนอในรูปแบบดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการมอบทุนเพื่อการแสดงผลงานบนช่องทางดิจิทัล (Digital Presentation Grant) โดยนับตั้งแต่เริ่มเปิดให้ทุนตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ก็มีผู้สมัครเพื่อขอรับทุนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นความกระตือรือร้นของแวดวงคนทำงานศิลปะในการเริ่มต้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานอย่างชัดเจน

“ทั้งในสิงคโปร์และทั่วโลก เราได้เห็นแล้วว่าการแพร่ระบาดของโควิดเป็นตัวเร่งให้ทุกภาคส่วนปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล เราได้เห็นผลงานศิลปะเกิดขึ้นบนโลกดิจิทัลมากกว่าที่เคย และเราก็ดีใจที่ชาวสิงคโปร์ได้ชมคอนเทนต์ศิลปะที่มีคุณภาพนี้” 

Digitalization กับบทบาทของศิลปะที่ขาดไม่ได้
อีกหนึ่งความพยายามของของ NAC คือการผลักดันแคมเปญ #SGCultureAnywhere ที่เชื่อมโยงคนทำงานอุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรมของสิงคโปร์ ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้แน่ใจว่าในช่วงเวลาหลายเดือนข้างหน้าที่วิถีชีวิตของประชาชนยังไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมได้สมบูรณ์ ประชาชนสิงคโปร์จะได้ชมการแสดงผลงานศิลปะชั้นนำของประเทศหลากหลายแขนง ตั้งแต่การนำชมแกลเลอรี นิทรรศการ คอนเสิร์ต การแสดงรูปแบบต่างๆ รวมถึงการสัมภาษณ์พิเศษศิลปินและผู้รู้ในวงการศิลปะ โดยคอนเทนต์ศิลปะเหล่านี้จะยังถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ The A-List ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมของประเทศที่ผู้สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมและเลือกฟังได้แบบเสมือนจริงอีกด้วย 

“ศิลปะมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังใจและเชื่อมโยงเราในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในเวลาที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อชะลอการระบาดให้ได้มากที่สุด คอนเทนต์ดิจิทัลจะพาเราไปสู่จุดอื่นๆ บนโลก จากห้องนั่งเล่นแสนสบายในบ้านของเราเอง” 

นอกจากนี้ NAC ยังพยายามสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มคนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมร่วมกับศิลปินและองค์กรด้านศิลปะมากกว่า 400 ราย หนึ่งในนั้นคือกิจกรรมถาม-ตอบ “Ask NAC” ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและคนทำงานในอุตสาหกรรมศิลปะได้พูดคุยหรือขอคำปรึกษาจากตัวแทน NAC ผ่านโปรแกรม Zoom ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ “เราทุกคนต่างก็กำลังพยายามมองหาทิศทางและปรับตัวในสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความหวังว่าเราจะผ่านพ้นสิ่งนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นด้วยกันทั้งประเทศ ที่สำคัญคือเราจะยังคงเปิดกว้าง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวลใจ และเสียงตอบรับจากชุมชนอย่างต่อเนื่อง” 

“ความปกติใหม่ (New Normal) ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาช่วยเติมเต็มกายภาพ ผู้คนจะแสวงหาประสบการณ์ทางศิลปะทั้งในรูปแบบออนไลน์และในโลกจริง วิถีชีวิตบางอย่างของเราอาจเปลี่ยนไป แต่หลายอย่างจะยังคงเดิม...ที่เรารู้แน่ๆ คือศิลปะจะยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตของพวกเรา และมีพลังในการนำพาผู้คนมารวมกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

สามารถติดตามความคืบหน้าของมาตรการ ACRP ได้ที่ www.nac.gov.sg

เรื่อง : ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ