image

Design & Creativity

เข้าใจนัยของภาษาในบทวิจารณ์อาหาร

Published Date : 14 ส.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

767

นักภาษาศาสตร์ค้นพบว่า งานเขียนรีวิวร้านอาหารที่มีให้อ่านมากมายนั้น บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ 

“ภาษาที่นักเขียนใช้เมื่อเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับร้านอาหาร มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้เราเข้าใจจิตใจของผู้เขียน” แดน ยูราฟสกี (Dan Jurafsky) ศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์กล่าว

ศ.ยูราฟสกีกับทีมงานจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และคาร์เนกีเมลลอน วิจัยบทความวิจารณ์ร้านอาหารกว่า 900,000 ชิ้นที่กล่าวถึงร้านอาหารราว 6,500 แห่งใน 7 เมืองของสหรัฐอเมริกา บทความเหล่านี้มีทั้งที่เขียนโดยนักวิจารณ์อาหารมืออาชีพ และนักเขียนสมัครเล่น (ที่ไปกินครั้งเดียวแล้วเขียนแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์)

เขาใช้คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์นับจำนวนคำที่นักเขียนใช้ซ้ำบ่อย ๆ และประเภทของคำเหล่านั้น รวมทั้งวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาอื่น ๆ ที่ได้จากการอ่าน จนสรุปผลเด่น ๆ มาได้หลายข้อ เช่น

เมื่อนักเขียนวิจารณ์ร้านที่ให้ดาวเพียง 1 ดาว นักเขียนมีแนวโน้มจะใช้ภาษาเช่นเดียวกับเมื่อบรรยายความเจ็บปวดรวดร้าว (เช่น เมื่อกล่าวถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่ตายจากไป) จะใช้สรรพนาม ‘เรา’ (we และ us) เพื่อเน้นให้เห็นความเป็นปึกแผ่น (ว่าไม่ใช่ฉันคนเดียวนะที่รู้สึกแย่แบบนี้) ซึ่ง ศ.ยูราฟสกี กล่าวว่า จะทำให้ผู้อ่านบทวิจารณ์ชิ้นนั้นรู้สึก ‘แย่กว่าความเป็นจริง’ เช่น ‘พวกเราไม่ได้รับความสนใจจากบริกร’ ‘เขาขึ้นเสียงใส่พวกเรา’ ‘พวกเราจะไม่กลับไปกินที่นี่อีกแน่นอน’ 

©unsplash/eaterscollective

ศ.ยูราฟสกีกล่าวว่า บทวิจารณ์เหล่านี้ไม่ได้ ‘บ่น’ ว่าอาหารหรือบรรยากาศในร้าน ‘ไม่ดี’ แต่เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบของผู้เขียนต่อความเจ็บแค้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้รับ และมักมีข้อวิจารณ์ว่า การทำธุรกิจนั้นต้องให้ความสำคัญแก่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน (คือลูกค้าและพนักงาน)

ส่วนบทวิจารณ์ของร้านอาหารแพง ๆ มักมี ‘คำศัพท์หรู ๆ’ ที่ไม่ได้ใช้พูดในชีวิตประจำวัน อย่าง commenturate (เป็นสัดส่วนกัน) unobstrusively (ไม่เด่นชัด) sumptuous (ชั้นเลิศ) หรือ vestibule (โถงทางเข้า) และมักยาวเป็นพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนเป็นผู้มีความรู้ดีและมีรสนิยมสูง 

ศ.ยูราฟสกียังย้ำว่า คนเรากินอาหารแพงๆ ไม่ใช่แค่เพราะมันอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อบอกให้คนอื่นรู้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เป็นเพราะลึก ๆ เราอยากส่งสัญญาณว่า ฉันเป็นบุคคลชั้นสูง (หรือมีความชอบแบบคนชั้นสูง) นะจ๊ะ

เมื่อจะกล่าวถึงร้านอาหารแพง ๆ ในทางบวก นักเขียนยังนิยมใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกามารมณ์และความสุขจากประสาทสัมผัส เช่น orgasmic pastry (ถ้าแปลตรงตัวเป็นภาษาไทยก็คือ ขนมอบที่อร่อยราวกับได้ถึงจุดสุดยอด) หรือ seductively seared foie gras (ตับห่านที่ sear (คือการย่างด้วยไฟแรง) แบบเย้ายวน ยั่วยวนใจ) cake that is creamier and more voluptuous (เค้กที่นุ่มมันและมีเสน่ห์เย้ายวน) very naughty deep-fried pork belly (หมูสามชั้นทอดที่แสนซุกซน)

©Unsplash/Katarzyna Grabowska

ในทางกลับกัน เมื่อจะชมร้านอาหารที่ระดับราคาต่ำลงมา ผู้เขียนกลับนิยมใช้คำที่เกี่ยวข้องกับ ‘การเสพติด’ เช่น ช็อกโกแลตนี้กินอร่อยจนหยุดไม่ได้ ปีกไก่ทอดน่ากินจนห้ามใจไม่ไหว อยากกิน....จนทนไม่ไหวแล้ว ฯลฯ

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เรารู้สึกละอายที่จะกินอาหารบางอย่าง เช่น มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต อาหารที่เรา ‘อยาก’ จะไม่ใช่ผักผลไม้ ดังนั้นเราจึงใช้คำศัพท์เกี่ยวกับการเสพติดเวลาเรากินอาหารที่กินแล้วจะ ‘รู้สึกผิด’ 

การกล่าวโทษอาหารทอด อาหารหวาน อาหารเค็ม ๆ มัน ๆ ว่ามันช่างอร่อยจนห้ามใจไม่ไหว เท่ากับบอกว่า มันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อยที่ทนความน่ากินของคัพเค้กไม่ได้ คัพเค้กเป็นตัวการต่างหาก ศ.ยูราฟสกียังพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเขียนบทวิจารณ์ในรูปแบบนี้มากกว่าผู้ชาย เพราะเป็นเพศที่ ‘กดดัน’ มากกว่าในเรื่องการดูแลรูปร่าง และการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

ศาสตราจารย์ยูราฟสกีสรุปผลการวิจัยไว้ว่า รูปแบบที่ปรากฏซ้ำๆ ในบทวิจารณ์อาหารเหล่านี้นี่เองที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมร้านอาหาร การมีบทวิจารณ์ในทางลบ (ถึงขั้นเลวร้าย) เกี่ยวกับการบริการมาก ๆ ทำให้ร้านอาหารต้องรีบปรับตัวเพื่อยกลูกค้าให้เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด (ถ้าไม่ได้ทำเช่นนั้นอยู่แล้ว) เพราะกลัวจะได้รับคำวิจารณ์รุนแรง 

ส่วนคำวิจารณ์อื่น ๆ ทั้งเชิงบวกเชิงลบ ก็บอกเล่าปรากฏการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พฤติกรรม ศ.ยูราฟสกีกล่าวว่า บทวิจารณ์ออนไลน์นี่แหละที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในการเข้าถึงจิตใจมนุษย์ในยุคเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้ เพราะเราเผยให้เห็นตัวตนของเราเองอย่างชัดเจนผ่านข้อความที่เราพิมพ์ แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

ที่มาภาพ : Unsplash/Jay Wennington

ที่มา :
บทความ The secret language of food โดย Dan Jurafsky จาก ft.com
บทความ Online food reviews reveal inner self, Stanford researcher finds โดย Clifton B. Parker จาก news.stanford.edu
บทความ The traumatic, sensual, addicted language of restaurant reviews (and what it says about you) โดย Emily Badger จาก washingtonpost.com

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ