image

Design & Creativity

“ซายัน” อีโค่แฟชั่นจากทักษะแพชเวิร์ค เชื่อมโยงผ้าเก่าสู่โลกใหม่ด้วยวิธีอัพไซเคิลและรีไซเคิล

Published Date : 17 ก.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

1,416

Zayan (ซายัน) คือแบรนด์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นร่วมสมัยของ ธนกร บินซายัน ผู้ประกอบการในจังหวัดชลบุรี ที่ตัดเย็บสินค้าชิ้นเล็กเช่น ‘หมวก’ ขึ้นจากวัตถุดิบเหลือใช้ เช่น เสื้อผ้ามือสอง ผ้าเก่าค้างสต๊อกจากโรงงาน ฯลฯ โดยนำมาทำความสะอาดและตัดเย็บขึ้นใหม่ด้วยกระบวนการแฮนด์เมดทั้งหมด ทำในสเกลเล็กๆ ที่สตูดิโอในบ้านเพื่อว่าจะได้ไม่ต้องสร้างขยะอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอีก

“ผมเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองมาได้ประมาณ 2 ปีครับ เริ่มจากที่เราเองชอบใส่หมวก ก็เลยลองทำใส่เอง และให้เพื่อนๆ ได้ลองใส่ก่อน และส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมประมาณหนึ่ง ก็เลยคัดเลือกเฉพาะผ้าเก่า ผ้าค้างสต๊อก เสื้อผ้ามือสอง ฯลฯ มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต อย่างน้อยๆ ก็ได้ยืดอายุของผ้าที่เกือบจะเป็นขยะพวกนี้ให้ได้กลับมามีคุณค่าในชีวิตคนอีกครั้ง และถือเป็นการช่วยลดขยะให้โลกในทางหนึ่ง ” ธนกรเล่าถึงที่มาของแบรนด์ และแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจเล็กๆ ของเขา

“เทคนิกที่ผมถนัดคือการปะติดปะต่อผ้าหรือที่เรียกว่าการทำ patchwork ก็ค่อยๆ ศึกษาและทดลองทำหลายๆ แบบ ล่าสุดใช้เทคนิกการตัดต่อผ้าแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่าโบโระ (Boro) ซึ่งจะทำกับพวกผ้ายีนส์และผ้าในโทน Indigo เช่น คราม ฟ้า น้ำเงิน เป็นหลัก”

 

Eco goes Premium

ตั้งแต่เขาเริ่มจับงานนี้เป็นธุรกิจและเริ่มขายออนไลน์จริงจัง ธนกรบอกว่าเขาวางตำแหน่งของแบรนด์ Zayan ให้เป็นสินค้าแฟชั่นของคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และเป็นคนกลุ่มที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบใช้ข้าวของที่มี uniqueness และเป็น one of a kind  “ลูกค้าหลักของเราที่ผ่านมาจะอยู่บนโลกออนไลน์และโซเชียลครับ ผมก็ขายได้เรื่อยๆ ทั้งทางเฟสบุ๊คและไอจี แต่ปีนี้เราทดลองนำสินค้ามาฝากขายในรีเทลชื่อ Hide Select Shop (ซอยอารีย์ 5) ถือเป็นการทำความรู้จักกับลูกค้าคนเมืองในอีกช่องทางหนึ่ง”

 

“การเชื่อมโยงแบรนด์ในโลกออนไลน์มาสู่โลกออฟไลน์บ้าง อาจจะเป็นวิธีผลักดันตัวเราเข้าสู่ตลาดที่พรีเมี่ยมขึ้น”

 

ในปี 2019 นี้แบรนด์ Zayan ได้ตอบรับเข้าร่วมโครงการ East is Craft ของทาง CEA โดยนับเป็นหนึ่งในแบรนด์ท้องถิ่นภาคตะวันออกที่แอคทีฟที่สุด “งานนี้ผมทำงานร่วมกับคุณภาวิษา มีศรีนนท์ จาก PABAJA Studio ซึ่งเธอก็ให้มุมมองที่ดีในเรื่องการต่อยอดผลงานเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าจากกลุ่มผู้ชายล้วน ไปสู่ตลาดที่เป็น unisex มากขึ้น”  นอกจากนี้ธนกรยังอธิบายเพิ่มเติมว่าการทำงานร่วมกับดีไซเนอร์มืออาชีพ ทำให้เขามองเห็นแนวทางการทำคอลเล็กชั่นและสร้างโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น

“ผมมองอนาคตของแบรนด์ในเชิงพาณิชย์ได้ดีขึ้นนะ จากเดิมที่เราทำแต่หมวกทรง bucket hat กับ five panel cap เพราะเราชอบ ตอนนี้ก็ได้ต่อยอดมาทำกระเป๋า tote bag ที่ผู้หญิงใช้ได้ผู้ชายใช้ดี มันเหมือนเราได้พัฒนาทั้งตัวเองและทั้งแบรนด์ไปพร้อมกัน” ธนกรแชร์มุมมองที่เขามีต่อโครงการ East is Craft ในปีนี้

 

“คอลเล็กชั่นพิเศษที่เราพัฒนาร่วมกับดีไซเนอร์ก็จะมีทั้งกระเป๋า tote bag และหมวกหลากหลายแบบ ซึ่งแน่นอนว่าทุกชิ้นจะมีบุคลิกที่เป็น unisex มากขึ้น และใช้วัสดุที่หลากหลายขึ้น เช่นมีการนำผ้าไนล่อนหรือผ้าร่มมาใช้ตัดเย็บเพิ่มฟังก์ชั่นเรื่องการกันน้ำ ที่สำคัญคือเราเน้นการใช้สีแบบเอิร์ธโทน คงกลิ่นอายความเป็นไทย เพราะเรากับดีไซเนอร์คุยกันว่ามันน่าจะตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวได้ด้วย ถือเป็นการลองตลาดใหม่ไปในตัว”

ส่วนแผนการในอนาคต ธนกรฝันว่าสักวันหนึ่งแบรนด์ Zayan ของเขาจะเติบโตและมี Select Shop เป็นของตัวเอง โดยภายในร้านนี้นอกจากจะนำเสนอสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของตัวเองแล้ว เขาก็อยากจะคัดสรรแบรนด์ท้องถิ่นเล็กๆ ที่มีแนวคิดการออกแบบคล้ายๆ กันมาวางจำหน่ายด้วย “ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีทั้งระหว่างแบรนด์กับแบรนด์ และระหว่างแบรนด์กับลูกค้า อาจจะเป็นโมเดลการขายแบบใหม่ที่แต่ละแบรนด์ส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ”

 

ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่อยากลองทำงานกับนักออกแบบมืออาชีพ

  1. เราจำเป็นต้องปรับตัว และเปิดใจพูดคุยกับนักออกแบบให้ได้  ลดอีโก้และความเคยชินเดิมๆ ลงก่อน เพราะทัศนคติที่พร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่นี้จะทำให้เราได้รับฟังความคิดและแนวทางการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการใหม่ๆ
    ที่ตอบรับกับความต้องการของตลาดที่หลากหลายขึ้น แต่ก็เฉพาะเจาะจงขึ้นไปพร้อมกัน
  2. การทำงานร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพที่เขามีวิสัยทัศน์ ส่งผลให้เราสามารถผลิตงานที่มีภาพลักษณ์ร่วมสมัยขึ้นได้จริงๆ
  3. ถ้าเราไม่เปิดรับความท้าทายพวกนี้ เราก็จะย่ำอยู่กับที่ไปเรื่อยๆ ยากที่จะผลักดันธุรกิจของเราให้เติบโตไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้

เรื่อง: วิสาข์ สอตระกูล