image

Design & Creativity

โฉมใหม่ของไหมไทย...และดีไซน์เซ็นเตอร์แห่งใหม่ของดิโอลด์สยาม

Published Date : 6 ก.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

335

‘ศูนย์รวมของผ้าไหม’ คงพอจะเป็นคำนิยามของอาคารเจ้าของสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 สไตล์ชิโน – โปรตุกีส ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องแบบเก่าย่านพาหุรัดอย่าง ‘ดิโอลด์สยาม’ ได้เป็นอย่างดี

ศูนย์การค้าแห่งนี้อยู่เคียงคู่ชาวพระนครมายาวนานเกือบ 30 ปี และบัดนี้ ดิโอลด์สยาม กำลังค่อย ๆ ย่างก้าวไปข้างหน้าอย่างสวยงาม เพื่อรักษาสายธารแห่งการผลิต ‘ผ้าไทย’ ให้ยังคงไหลเชี่ยวต่อไปในอนาคต

แม่น้ำสาย ‘ไหม’
หลักการอันแน่วแน่ของผู้จัดการคนล่าสุด ‘คุณบัว - บุศรา ภูธนชัย’ บอกให้เรารู้ถึงความพยายามที่จะผลักดันและวางทิศทางอนาคตมรดกของแผ่นดินอย่าง ‘ผ้าไหม’ เพื่อต่อลมหายใจผู้ประกอบการที่ทำมาหากินอยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ ในวันที่ความนิยมจากคนรุ่นเก่าเริ่มโรยรา 

“ถ้าผู้ประกอบการขายผ้าไหมไม่ได้ ย้อนกลับไปที่ผู้ผลิตหรือต้นน้ำเขาก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน” นี่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้คุณบัวมีพลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อวงการไหมไทย แม้ว่ากลุ่มดาราศิลปินหรือสื่อจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับผ้าไหม แต่ก็ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มากพอที่จะหล่อเลี้ยงแม่น้ำทั้งสายของการผลิตผ้าไหมได้ ผู้จัดการคนเก่งจึงมีแผนที่จะดึงพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยหนุนตรงจุดนี้ โดยหวังจะเปลี่ยนภาพจำของผ้าไหมเสียใหม่ 

บันไดขั้นแรก
โจทย์หลักของดิโอลด์สยามคือการดำรงไว้ซึ่งเสน่ห์และเอกลักษณ์ของผ้าไหม “จากภาพในหัวที่เป็นผ้าไหมแข็ง ๆ ใส่แล้วเป็นหุ่นกระบอก เราจะทำอย่างไรที่จะนำมาประยุกต์ใช้และทำให้เกิดดีมานด์มากที่สุด” คุณบัวตั้งคำถามนี้กับตัวเอง จนในที่สุดก็เกิดไอเดียการทำ ‘ศูนย์กลางการออกแบบ’ หรือ ‘ดีไซน์เซ็นเตอร์’ ขึ้นมา  

เวทีการประกวด The Old Young Designer Award 2019 ที่ศูนย์การค้าดิโอลด์สยามร่วมมือกับกรมหม่อนไหมจึงเกิดขึ้น โดยถือเป็นก้าวแรกในการลบล้างภาพผ้าไหมเดิม ๆ ของผู้คน แถมยังเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีพื้นที่ช่วยอนุรักษ์มรดกอันทรงคุณค่าของไทย และเพื่อให้นักออกแบบได้เห็นโอกาสในการต่อยอดสู่เส้นทางผู้ประกอบการในกลุ่มผ้าไทย 

“พวกเขาเป็นกำลังสำคัญ เวทีนี้จะทำให้คนเห็นว่าทิศทางของผ้าไทยยังไม่แห้งหายตายไป” คุณบัวกล่าว
 

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เป็นคอนเซ็ปต์ที่ถูกหยิบมาผสานความเป็นไทยลงไปในชุดผ้าไหมของคุณวรรณกร อุ่นวิเศษ นักออกแบบผู้ชนะเลิศการประกวดบนเวที The Old Young Designer Award 2019 ภายใต้โจทย์ “ผ้าไทย ใส่ได้ทุกวัน”โดยคุณวรรณกรได้เล่าให้ฟังถึงเทคนิคการเอาชนะใจคนรุ่นใหม่ด้วยความคิดที่ว่า “จะทำยังไงให้คนรู้สึกกล้าใส่ผ้าไหม” ด้วยการนึกถึงส่วนประกอบหลักของเสื้อผ้าที่สาว ๆ มักมีอยู่ในตู้เสื้อผ้า พร้อมเอามาใส่ได้ตลอด อย่างเสื้อเชิ้ตและกระโปรงพลีท ก่อนจะนำไอเดียใส่เข้าไปจนเกิดเป็นชุดตัวเก่งที่พลิ้วสวยเฉิดฉายบนเวทีประกวดนี้ 


เรียนรู้จากอดีต
เดิมที พื้นที่ที่ดิโอลด์สยามเคยเป็นชุมชนที่เฟื่องฟูเรื่องการตัดผ้าและแฟชั่นชั้นนำมาก่อน คนเฒ่าคนแก่ในย่านนี้รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีในชื่อ ‘ตลาดมิ่งเมือง’ 

ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า ชัยภูมิของห้างนี้เหมาะกับการเป็นศูนย์รวมการตัดเย็บผ้ามากที่สุด เพราะถูกโอบล้อมด้วยตลาดขายผ้าอย่างพาหุรัด และอุปกรณ์สารพันอย่างสำเพ็ง จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ ‘ตัดผ้าได้ในวันเดียว’ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องบุกบั่นมาตลาดมิ่งเมืองแห่งนี้

ความตั้งใจที่จะปลุกปั้นดีไซน์เซ็นเตอร์ของคุณบัวจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “ถ้าเราไม่ปูภาพใหม่ให้ชัดขึ้น คนก็จะจำแต่แบบเดิม แบบที่ผ้าไหมเป็นทรงกระบอก และสุดท้ายผ้าไหมก็จะหายไปตามกาลเวลา ถูกพับไว้อยู่เหมือนเดิม” 

ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นโครงการดีไซน์เซ็นเตอร์ที่โฟกัสไปที่สายป่านการผลิตผ้าไทย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากอดีตที่งดงาม จนทำให้คุณบัวกล้าคิด กล้าเปลี่ยน และก้าวตามสายน้ำนี้ไปอย่างมุ่งมั่น พร้อม ๆ กับความคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยในการอนุรักษ์ผ้าไทยผืนงาม และหล่อเลี้ยงอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า อาชีพช่างฝีมือแห่งย่านในคราวเดียว

 
 

ที่มาภาพ : theoldsiam.co.th

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร