image

Design & Creativity

Sabae เมืองแห่งช่างทำแว่นตา

Published Date : 13 พ.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

914

ช่างทำแว่นตาวัย 82 ปี มาสุนางะ มาโกโตะ (Masunaga Makoto) ยังคงทำขั้นตอนการขัด (polishing) อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายและยากที่สุดของการทำแว่นตา ด้วยมือที่เปี่ยมประสบการณ์ทั้งสองข้าง

แว่นตาหนึ่งคู่มีขั้นตอนการทำกว่า 250 อย่าง ใช้ทั้งเครื่องจักรและฝีมือมนุษย์ในการทำ แม้จะใช้เครื่องจักรและวัสดุเดิม แต่ยังต้องควบคุมโดยช่างฝีมือ เพราะมี ‘สิ่งที่ต้องตัดสินใจหน้างาน’ (in-the-moment judgments) มากมายเหลือเกินในการทำแว่นตาซักอัน

ขั้นตอนการขัด ทำเพื่อลบรอยต่างๆ บนกรอบแว่น และเพื่อให้ขึ้นเงา เป็นงานที่พูดกันในหมู่ช่างทำแว่นว่า ต้องใช้เวลากว่าสิบปีถึงจะทำได้ดี มาโกโตะใช้เครื่องมือ 8 อย่าง และค่อยๆ ทำขั้นตอนนี้ด้วยมือ 

“เป็นงานที่เครื่องจักรทำไม่ได้เลย อีกทั้งยังต้องดูความสมดุลของแว่นทั้งชิ้น ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก คำว่าแว่นดีๆ เป็นคุณสมบัติที่กำหนดเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้” เขากล่าว

มาโกโตะ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Makoto Optical เขาเป็นหลานของมาสุนางะ โกซาเอมอน (Masunaga Gozaemon) ผู้ริเริ่มอุตสาหกรรมแว่นตาในเมืองซาบาเอะ (Sabae) ศูนย์กลางการทำแว่นตาของญี่ปุ่นและของโลก ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าศตวรรษ 

เมืองเล็กๆ ในจังหวัดฟุคุอิ (Fukui Prefecture) แห่งนี้ผลิตแว่นตามากถึง 96% ของทั้งหมดที่ผลิตในญี่ปุ่น และเป็นเมืองหลักที่ผลิตกรอบแว่นตาด้วยรูปแบบรับจ้างผลิต (OEM-Original Equipment Manufacturer) ให้แบรนด์ระดับโลก รวมถึงชาเนล (Chanel) และพราดา (Prada)

©eyevan.com

ภายในโรงงานทำแว่นตา มีแต่เสียงเครื่องจักรและเสียงจากวิทยุเก่าๆ ช่างทำแว่นตาทำงานกันอย่างเงียบกริบและมีสมาธิ เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์ ช่างเหล่านี้จะพูดเบาๆ อย่างถ่อมตัวราวกับว่ากำลังตอบคำถามว่าวันนี้อากาศดีไหม ไม่ได้แสดงออกถึงความกระตือรือร้นอย่างมาก (overly passionate) ว่าฉันนี้มีใจรักในงาน แต่ทำเพราะทุกคนต่างเอาจริงเอาจังอย่างถึงที่สุดกับการผลิตแว่นตาคุณภาพสูง 

นี่เป็นบรรยากาศการทำงานในโรงงานส่วนใหญ่ของเมืองซาบาเอะ เมืองที่ประชากรหนึ่งในหกคนทำงานในอุตสาหกรรมแว่นตา ที่นี่เริ่มผลิตแว่นตาตั้งแต่ปีค.ศ.1905 โดยเริ่มจากการเป็นงานเสริมของเกษตรกรที่ว่างงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว แต่ยิ่งทวีความสำคัญในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว

จะรู้ได้อย่างไรว่าแว่นอันนี้ ‘ใช้ได้’ แล้ว 

อย่างที่มาโกโตะกล่าวว่า ‘คุณภาพ’ ของแว่นตาดีๆ นั้นวัดกันด้วยตัวเลขไม่ได้ วิธีดูของช่างฝีมือชาวซาบาเอะก็คือ ถือแว่นไว้ในมือแล้วพิจารณาดูทุกอย่างตั้งแต่น้ำหนัก ความสมดุล และความเงาของกรอบแว่น 

ถ้า ‘รู้สึก’ ว่าทุกอย่างใช่ ก็คือใช่ นี่คือวิธีของช่างทำแว่นชาวซาบาเอะ

แม้จะเจอการแข่งขันจากแว่นราคาถูกจากจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกกว่าทั้งค่าแรงงานและวัสดุ แต่อุตสาหกรรมการทำแว่นของซาบาเอะ อยู่รอดมาได้เกินร้อยปี ด้วยการยกระดับตัวเองไปเป็นผู้ผลิตแว่นตาชั้นเลิศที่เป็นงานฝีมือจริงๆ 

©eyevan.com

เคล็ดลับของเมืองช่างฝีมือทำแว่นตาแห่งนี้ที่ทำให้อยู่ยั้งยืนยงมาเนิ่นนานคือ ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมผลิตแว่นตาของเมืองซาบาเอะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้ผลิตแว่นตา ผู้ผลิตวัสดุ ผู้ผลิตเครื่องจักร นักออกแบบ โรงงานส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวที่รับช่วงต่อกันมา 3-4 ชั่วอายุคนแล้ว สืบทอดฝีมือและภูมิปัญญากันมาหนึ่งร้อยปี ช่างและนักออกแบบท้องถิ่นได้รับรางวัลด้านการออกแบบในระดับนานาชาติปีแล้วปีเล่า ยิ่งทำให้ลูกค้าวางใจในคำว่า Made In Sabae

อีกเคล็ดลับคือ อุตสาหกรรมแว่นตาในเมืองซาบาเอะ มีการปรับตัวให้ ‘นำหน้าคู่แข่ง’ อยู่หนึ่งก้าวเสมอ 

ทศวรรษ 1980 ช่างทำแว่นท้องถิ่นของซาบาเอะ เป็นกลุ่มแรกในโลกที่นำไทเทเนียม (Titanium) มาใช้ทำแว่น วิศวกรและนักออกแบบของเมืองซาบาเอะคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการลบข้อจำกัดบางอย่างของไทเทเนียม เพื่อให้ได้แว่นที่เบา แข็งแรงทนทาน และไม่เป็นสนิม จนเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมการทำแว่นของโลก ที่ใครๆ ก็หันมาใช้ไทเทเนียม

วิธีใหม่ๆ ดังกล่าวก็เช่น ไทเทเนียมเป็นวัสดุที่มีรูพรุนเล็กๆ มากมาย การใช้ความร้อนสูงเกินไปทำให้ไทเทเนียมบิดงอและสูญเสียความยืดหยุ่น ช่างชาวซาบาเอะจึงคิดวิธีกดหล่อเย็น (Cold Press Forming) เพื่อเลี่ยงปัญหานี้ และใช้เทคโนโลยีของผู้ผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้า (Toyota) เพื่อผลิตโลหะผสมชื่อ Gummetal สำหรับทำกรอบแว่นตาโดยเฉพาะ 

©japan-brand.jnto.go.jp

Gummetal เรียกได้ว่าเป็นไทเทเนียมคุณภาพเยี่ยม ใช้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ กระดูกเทียม (artificial bone) และอุปกรณ์กีฬาราคาสูงเป็นสิบเท่าของไทเทเนียมปกติ แต่กรอบแว่นที่ทำจากโลหะผสมชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบา ไม่กดทับใบหน้า ช่างชาวซาบาเอะยังคิดค้นโลหะผสมจากไทเทเนียมได้อีกรวมทั้งสิ้น 5 แบบ นับว่าเป็นแห่งเดียวในโลกที่ทำได้ 

เลนส์แว่นตาของซาบาเอะก็เหนือกว่าที่ใดในโลก ด้วยการนาบฟิล์มที่บางเพียง 40 ไมครอน (0.04 มิลลิเมตร) ระหว่างกระจกที่ใช้ทำเลนส์ ทำให้เลนส์ของที่นี่มีคุณสมบัติทั้งตัดแสง (Polarized) มองเห็นได้ทุกระยะ (Progressive) และใช้งานได้ตามค่าสายตาของบุคคล (Prescription) จริงอยู่ที่หลายแห่งในโลกผลิตฟิล์มแบบเดียวกันนี้ได้ แต่การนาบฟิล์มให้แนบสนิทระหว่างกระจกต้องใช้ฝีมือสูงมาก อีกทั้งแว่นที่ซึมซับรังสียูวี (UV) มักเป็นสีเหลือง แต่ช่างชาวซาบาเอะทำแว่นแบบนี้ให้เลนส์กระจ่างใสได้

ดูราวกับว่าช่างฝีมือชาวซาบาเอะและทุกคนในอุตสาหกรรมได้รวมกำลังและสติปัญญาเพื่อผลิตแว่นตา อุปกรณ์ที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ในการทำงานและการดำรงชีวิต

“ในงานทำแว่นตา ไม่มีอะไรแทนที่ประสบการณ์อันยาวนานได้” เป็นคำกล่าวของมาโกโตะ ช่างทำแว่นอาวุโสแห่งเมืองซาบาเอะ 

ที่มาภาพเปิด : eyevan.com

ที่มา
บทความ Sabae, Fukui: A Town with an Eye for Design โดย Nogami Tomoko จาก https://www.nippon.com/en/views/b00601/sabae-fukui-a-town-with-an-eye-for-design.html 
บทความ Sabae: Premium Frames from Japan (ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน) จาก https://www.jetro.go.jp/en/mjcompany/sabae.html 
บทความ Sabae, The City of Craftmanship (ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน) จาก http://eyevaneyewear.com/en/about/sabae/ 

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ