image

Product Design

SATANY: แบรนด์ Accessories สำหรับสาว Artistic fashion ในแบบฉบับร้ายปนซนนิดๆ

Published Date : 13 มิ.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

1,689

“ความรู้นอกห้องเรียน + พรแสวงที่เพียรพยายาม” คงเป็นประโยคที่เหมาะสมกับแบรนด์ Accessories ที่เจ้าของแบรนด์ให้นิยามไว้ว่า เป็นแบรนด์ตัวแทนของสาวที่ร้ายนิดๆ แต่มุ้งมิ้ง อ่อนหวาน วันนี้ทาง TCDCCONNECT ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับคุณนัดดาวดี บุญญะเดโช หรือคุณการ์ตูน ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ SATANY คุณการ์ตูนเล่าให้ทีมงานฟังว่า โดยส่วนตัวของการ์ตูนแล้ว เป็นคนที่ชื่นชอบงานเครื่องหนัง เครื่องตกแต่งแฟชั่นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์หรือของอะไรที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร คือจะชอบมาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าถ้าซื้อรองเท้าหรือกระเป๋าใหม่จะต้องปรับโน่นเติมนี่ให้ไม่เหมือนใคร เช่น ใส่ขนนก ตอกหมุด ตอกกระดุม ที่มีสีสันสดใสลงไป

ต่อมาหลังจากเรียนจบ ก็มีโอกาสได้ทำงานด้านกราฟิกดีไซน์อยู่พักใหญ่ แล้วก็ออกมาทำผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องหนัง เช่น พวกรองเท้าและกระเป๋าในแบบที่เราชอบ โดยใช้ความสามารถทางด้านกราฟฟิกดีไซน์ที่ร่ำเรียนมา ในการออกแบบลวดลายและรูปแบบผลิตภัณฑ์ในแบบสาว SATANY ซึ่งช่วงแรกก็เป็นการลองผิดลองถูก เพราะตัวเองไม่มีความรู้ด้านเครื่องหนังมาก่อน เมื่อใดที่มีงานสัมมนาหรืออบรมทางด้านเครื่องหนังขึ้นที่ไหน เราก็จะไป เรียกได้ว่าไปจนกว่าจะรู้ในสิ่งที่ต้องการ จนสามารถปรับแบบ ปรับสไตล์ ปรับการทำงานให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจริงๆ ของแบรนด์เราก็ว่าได้


 

ไปไงมาไงถึงกลายมาเป็นแบรนด์

ชื่อแบรนด์ “SATANY” มาจากคำว่า SATAN + LADY เพื่อสื่อถึงการเป็นตัวแทนของหญิงสาวที่มีความร้ายนิดๆ ซุกซนหน่อยๆ มีทั้งความกล้าหาญและอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน บวกกับความน่ารักสดใส ดูอ่อนเยาว์ตามแบบฉบับของสาวเอเชียที่รักและชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ด้วยเหตุนี้ สาวขี้เล่นนักเดินทางอย่างสาว SATANY จึงเหมาะสมกับสโลแกน “Artistic fashion” ซึ่งเป็นแนวคิดของการสร้างสรรค์งานในแต่ละคอลเลคชั่นของแบรนด์ ทั้งนี้ สาวๆ SATANY จะได้สัมผัสงานศิลปะต่างๆ ที่ถ่ายทอดออกมาสู่งานออกแบบแฟชั่น ในรูปแบบของกระเป๋าและรองเท้า โดยแรงบันดาลใจส่วนใหญ่จะมาจากการนำทุนทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม หัตถศิลป์ทอผ้า ลวดลายปูนปั้น มาผสมผสานกับความสนุกสนาน ความกล้าใช้สีสันที่ดึงดูดและคนอื่นไม่ทำกัน ออกมาในรูปแบบงานปักลวดลายบนแผ่นหนังที่มีสีสันสดใสบนผลิตภัณฑ์แฟชั่นของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่น ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ นอกจากนี้ สิ่งที่แบรนด์ได้รับ feedback จากลูกค้าเป็นประจำเลย ก็คือเวลาใช้กระเป๋าหรือรองเท้าแบรนด์ SATANY จะต้องมีคนทักเสมอว่าซื้อจากที่ไหน แบรนด์อะไร ซึ่งจุดนี้แบรนด์มองว่าเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่งที่สามารถสร้างความจดจำให้กับลูกค้าได้ ทุกครั้งที่ได้ฟังก็จะรู้สึกประทับใจและรู้สึกขอบคุณสาวๆ SATANY ในทุกๆ ครั้ง

ในส่วนของคอลเลคชั่นล่าสุดมีชื่อว่า “Rose of Notre Dame de Paris” แรงบันดาลใจจากมหาวิหารน็อทร์-ดาม ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของผู้ศรัทธาทั้งด้านศาสนาและศิลปะ เสน่ห์และความน่าหลงใหลของ “Rose window” หน้าต่างกุหลาบเอกลักษณ์ความงามของสถาปัตยกรรม ถูกนำมาปรับแต่งในแบบฉบับสาว SATANY เป็นการนำวัฒนธรรมตะวันตกมาผสมผสานกับสีสันตามแบบฉบับของสาวเอเชีย ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือช่างท้องถิ่นของไทยสู่งานออกแบบแฟชั่นที่มีเรื่องราวที่น่าจดจำ


 

แบบฉบับการทำงานของ SATANY

แบรนด์เราจะเน้นความสนุกในการทำงานตามแบบฉบับสาว SATANY นั่นคือ work hard, play hard โดยพวกเราจะให้รางวัลตัวเองเสมอหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานที่ทุ่มเท ทั้งนี้ แบรนด์ยังมองว่า SATANY ยังคงเป็นแบรนด์เล็กๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่กำลังค่อยๆ ขยายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ และพร้อมจะปรับตัวอยู่เสมอ โดยทุกครั้งที่ไปออกบูธ แบรนด์มักจะได้กลุ่มลูกค้าเป็นคนเอเชีย เช่น จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตอนนี้เลยมองไปถึงการขยายตลาดตามจุดท่องเที่ยว อย่างรีสอร์ท โรงแรม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ได้ เป็นแผนการในอนาคตของแบรนด์

 

SATANY ทำการตลาดอย่างไร

เครื่องมือหลักของการทำการตลาดของแบรนด์ คือการตลาดออนไลน์ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แบรนด์จะใช้โซเชียลมีเดียในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นไปที่แพลตฟอร์มของ Facebook, Line@ และ Instagram ใช้ภาพในการสื่อสารความเป็นสาว SATANY ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่แสดงความเป็นตัวตนออกมาได้ชัดเจนที่สุด และมีการออกร้านในรูปแบบของ pop-up store และออกบูธตามงาน event ต่างๆ บ้างเป็นบางครั้ง โดยแบรนด์มองเห็นโอกาสจากกลุ่ม Niche Market กลุ่มคนรักงานแฟชั่นดีไซน์และรักในงานศิลปวัฒนธรรม แม้ว่ากลุ่มผู้บริโภคที่สนับสนุนกลุ่มนี้ จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไปในท้องตลาด แต่ก็เป็นกลุ่มที่ทำให้ SATANY อยู่มาได้ถึงตอนนี้อย่างมั่นคง

 

บางครั้งก็มีอุปสรรคเกิดขึ้นบ้าง

เนื่องจากรูปแบบผลิตภัณฑ์บางรุ่นมีความซับซ้อนและแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดทั่วไป เลยทำให้เกิดความล่าช้าและผิดพลาดในกระบวนการผลิตอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแบรนด์ก็จะพยายามปรับปรุง แก้ไขกระบวนการผลิตอยู่ตลอด โดยเผื่อเวลาและหาช่างฝีมือใหม่ๆ มารองรับปัญหาของการผลิตที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก 4G เข้าสู่ 5G เป็นยุคที่ความต้องการของผู้บริโภคและช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคนั้น เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นทั้งอุปสรรคอีกอย่างที่แบรนด์จำเป็นต้องเป็นปรับตัวและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

 

พันธมิตรที่ดีคือกุญแจสำคัญ 

สำหรัลโลกธุรกิจยุคใหม่ แบรนด์เชื่อว่าการมีพันธมิตรที่ดีถือเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ เป็นทางลัดในการสร้างโอกาสและความสำเร็จ ซึ่งพวกเรา SATANY ก็มักจะได้รับความรู้และโอกาสจากการเข้าร่วมอบรมและงานสัมมนาต่างๆ จากผู้ใหญ่ในวงการ เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเช่นกัน จุดนี้ทำให้แบรนด์ SATANY ได้เข้ามาอยู่ในวงการออกแบบ fashion accessories จนถึงทุกวันนี้


 

มุมมองของ SATANY ต่อ Innovative craft

Innovative craft เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างคนยุคเก่ากับยุคใหม่ ถือเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่สืบทอดจากในอดีต มาปรุงแต่งใหม่ให้เกิดความร่วมสมัย เปรียบเหมือนการมีรากเหง้า มีที่มาที่ไป แต่จะปรับอย่างไร แต่งอย่างไร ให้เหมาะสมกับบริบทความเป็นปัจจุบัน คำว่า “craft” ไม่ใช่แค่งานฝีมือ แต่รวมไปถึงทักษะ ขั้นตอน กระบวนการคิด แรงบันดาลใจต่างๆ ที่จะนำมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วย ฉะนั้น innovative craft ถือเป็นเรื่องสำคัญที่น่าสนใจสำหรับนักออกแบบไทยที่ไม่ควรมองข้าม ณ ตอนนี้

 

เกร็ดข้อคิดปิดท้าย

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ คือความมหัศจรรย์ ทั้งความแตกต่าง ความไม่สมบูรณ์แบบ ความธรรมดา อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน รวมถึงจะสื่อสารสิ่งเหล่านั้นออกมาอย่างไรให้มีความมหัศจรรย์ในแบบฉบับของตัวเราเอง

 

อยากฝากอะไรถึงนักออกแบบรุ่นใหม่

ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง นักออกแบบรุ่นใหม่จะรู้แค่เรื่องงานดีไซน์เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ นักออกแบบที่ดีต้องสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าและปรับเปลี่ยนงานดีไซน์ให้ทันยุค ทันสมัย ทันโลกอยู่เสมอ ที่สำคัญไปกว่านั้น คือต้องมีความรู้ด้านอื่นๆ ประกอบด้วย เป็นต้นว่า ความรู้เรื่องการจัดการ การตลาด บัญชี และเทคโนโลยีต่างๆ แต่ถ้ายังไม่มีตรงนี้ ก็ควรจะต้องหา partner มาเติมเต็มส่วนที่ขาดนี้ และต้องไม่ลืมเรื่องของความซื่อสัตย์กับงานที่เราทำด้วย ถ้ามีทั้งหมดนี้ประกอบกัน ตูนเชื่อได้ว่าจะสามารถทำให้แบรนด์อยู่ในแวดวงและธุรกิจนี้ได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ แบรนด์ SATANY เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานบน DEBUT ครั้งที่ 18 x INNOVATION MATCHING Let’s Craft คราฟต์อย่างสร้างสรรค์ โดยกิจกรรม “DEBUT by TCDCCONNECT” เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานพร้อมข้อมูลของผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกโดย TCDC เพื่อแบรนด์หรือนักออกแบบที่ได้รับคัดเลือกจะได้ประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้ผู้ที่สนใจจะจ้างงาน หรือกำลังมองหานักออกแบบได้เห็นผลงานจริง ทำความรู้จัก และเกิดการจัดจ้างงานจริง สิ่งที่แบรนด์หรือนักออกแบบจะได้รับจากการเข้าร่วมงาน DEBUT by TCDCCONNECT ก็คือ 1) พื้นที่ประชาสัมพันธ์ผลงาน บริเวณ Lobby, TCDC  ชั้น 5 และ ห้อง Material & Design Innovation Center ชั้น 2 ตลอดระยะเวลา 4 เดือน 2) เวทีที่จะได้บอกเล่าแนวคิดและการทำงานของตัวเอง ได้พบปะผู้คนที่สนใจติดต่อธุรกิจ กับกลุ่ม Buyer และผู้สนใจมากมาย และ 3) ตีพิมพ์ผลงานในแผ่นพับของกิจกรรม