image

Design & Creativity

Phonics นั้นสำคัญไฉน

Published Date : 30 มิ.ย. 2563

Resource : Creative Thailand

1,921

“ซี – เอ – ที แซท ไม่สิ! แคท แมว ซี – เอ – อาร์ ซาร์ เอ้ย! คาร์ รถยนต์...” เด็กหญิงผมเปียสะพายเป้กำลังยืนท่องศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างตั้งใจขณะรอคุณพ่อมารับที่หน้าโรงเรียน “โอย งงไปหมดแล้ว” เธอขมวดคิ้วมุ่น

ไม่เฉพาะกับเธอหรอก พวกเราเองก็คงเคย ‘งง’ กับการออกเสียงเหล่านี้.. เพราะถ้าลองสังเกต เสียงพยัญชนะกับคำอ่านของคำศัพท์ที่เราท่องกันมาแต่เด็กพวกนั้นดูแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักนิด ซี – เอ – ที แต่พอประสมรวมกันแล้วกลับอ่าน แคท ในเมื่อขึ้นต้นด้วยเสียง ซี ทำไมไม่อ่าน แซท ล่ะ ช่างน่าสับสน .. 

ทว่าเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้รู้ว่า สำหรับภาษาอังกฤษนั้น แท้จริงแล้วพยัญชนะหนึ่งตัวสามารถออกได้หลายเสียง ตามแต่กฏการออกเสียงของแต่ละคำ ดังนั้น การท่องจำคำศัพท์แบบท่องพยัญชนะแต่ละตัวโดยไม่คำนึงถึงเสียงที่สัมพันธ์กันกับตัวพยัญชนะและกฏการออกเสียงนั้น ๆ เลย จะทำให้เด็กเกิดความสับสนได้ง่าย และขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณสมบัติของเสียงต่าง ๆ ไม่เข้าใจเสียงของภาษานั้น ๆ โดยแท้จริง ทำให้ออกเสียงคำศัพท์ผิด ซึ่งอาจทำให้สื่อสารผิดพลาดได้

ดังนั้น ในการเรียนภาษาใหม่ ๆ ทุกภาษา ผู้เรียนควรมุ่งศึกษาไปที่ ‘เสียง’ จริง ๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวอักษรของภาษานั้น ๆ ก่อน วิธีการเรียนเช่นนี้เรียกว่า ‘โฟนิกส์’ (Phonics)

โฟนิกส์ (Phonics) คือวิธีการเรียนอ่านเขียนและออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้หลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร a ถึง z ทั้ง 26 ตัว หรือก็คือการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษรนั่นเอง โดยผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียงของตัวอักษรต่าง ๆ และออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถผสมเสียงออกมาเป็นคำได้  วิธีการเรียนแบบโฟนิกส์นี้ ถือเป็นวิธีที่ดีและถูกต้องตามหลักการเรียนรู้ภาษา  ที่คนเราจะเริ่มเรียนรู้จาก ‘เสียง’ ต่าง ๆ ก่อน ดังเช่นเด็กแรกเกิดที่จะเลียนเสียงพ่อแม่ของตน วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและออกเสียงในภาษานั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการอ่าน การเขียน และการสื่อสารต่อไปได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเมื่อเข้าใจในความสัมพันธ์ของเสียงและรูปเขียนแล้ว ก็จะสามารถถอดเสียงเหล่านั้นออกมาได้อย่างแม่นยำและออกเสียงได้ถูกต้อง

สิ่งที่น่ากังวลในปัจจุบันคือ การศึกษาไทยส่วนใหญ่ยังคงผลิตซ้ำการเรียนการสอนในรูปแบบเดิมที่เน้น “ท่องจำ” ไปที่การสะกดคำ และการเทียบเข้ากับภาษาไทย ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงของหน่วยเสียงในภาษานั้น ๆ และยึดเอาวิธีการออกเสียงในภาษาไทยมาใช้ในการออกเสียงภาษาอื่นมากจนเกินไป สังเกตได้จากคนไทยส่วนใหญ่มักแยกเสียงเสียดแทรก (fricative) เช่นหน่วยเสียง /ʃ/ แทนด้วยอักษรพยัญชนะ sh- และเสียงกักเสียดแทรก (affricate) เช่นหน่วยเสียง /tʃ / แทนด้วยอักษรพยัญชนะ ch- หรือแยกเสียงก้อง (voiced) กับไม่ก้อง (voiceless) ไม่ได้ เช่นในเสียง /s/ และ /z/ 

สำหรับหน่วยเสียงดังกล่าว ผู้ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่มักมองว่าเป็นเสียงเดียวกัน การที่ผู้เรียนขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการแยกเสียงเช่นนี้อาจทำให้สื่อสารผิดพลาดได้ง่าย อาทิ ออกเสียงคำว่า shop /ʃɑːp/ กับ chop /tʃɑːp/ หรือ sue /suː/ กับ zoo /zuː/ เป็นเสียงเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งแท้จริงแล้วคำศัพท์แต่ละคำนั้นให้ความหมายที่แตกต่างและไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อออกเสียงผิด ก็จะทำให้การสื่อสารผิดพลาดตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการเรียนการสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics) ก็เริ่มเป็นที่สนใจอย่างแพร่หลายขึ้น ทั้งยังมีงานวิจัยรองรับชัดเจน ว่าการเรียนการสอนดังกล่าวจะช่วยวางพื้นฐานและสร้างความเข้าใจในตัวภาษา เพื่อต่อยอดทักษะการอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษของผู้เรียนให้ได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้ยังมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ให้ความสนใจและเปิดอบรมโฟนิกส์ขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กอีกด้วย ดังเช่นที่ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดคอร์สสอนออนไลน์ “เป๊ะแต่เด็ก: Phonics ขั้นพื้นฐาน”  โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิถึง 2 ท่าน ได้แก่ อาจารย์ ดร. ศุจิณัฐ จิตวิริยนนท์ อาจารย์จากภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อาจารย์เกียรติภูมิ นันทานุกูล อดีตอาจารย์พิเศษภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Speech – Language Pathology MGH Institute of Health Professions, Boston, USA เป็นผู้ถ่ายทอดข้อมูลดังกล่าว เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความรู้ความสามารถให้กับผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา รวมไปถึงผู้ที่สนใจทั่วไปได้เข้ารับการอบรม 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของโฟนิกส์นั้นอยู่ที่ระดับของการอ่านและออกเสียง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสื่ิอสาร ทว่าในการศึกษาภาษาต่าง ๆ ก็ยังต้องศึกษาองค์ประกอบอื่น ๆ ควบคู่กันไป ดังนั้น แม้พื้นฐานโฟนิกส์จะดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจภาษานั้น ๆ ได้ดีด้วย แต่โฟนิกส์ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการศึกษาดังกล่าว ควบคู่ไปกับการฝึกฝนพัฒนาทักษะทางภาษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้คุณภาพในการศึกษาภาษาต่างประเทศนั้นพัฒนาต่อไป

หมายเหตุ : 

  • เสียงเสียดแทรก (Fricative) ลักษณะของเส้นเสียงเปิดลมสามารถผ่านออกไปได้อย่างต่อเนื่อง ไปเสียดสีกับฐานกรณ์ ณ จุดใดจุดหนึ่ง 
  • เสียงกักเสียดแทรก (Affricate) ลักษณะของเสียงหยุดและตามด้วยเสียงเสียดสี คืออวัยวะในการออกเสียงจะเคลื่อนเข้าปิดกันสนิท แล้วเคลื่อนออกจากกันอย่างช้า ๆ จากนั้นกระแสลมค่อย ๆ เสียดแทรกออกมา
  • เสียงก้อง หรือโฆษะ (Voiced) เสียงสระหรือพยัญชนะซึ่งขณะเปล่งเสียงออกมาเส้นเสียงสั่น
  • เสียงไม่ก้อง หรืออโฆษะ (Voiceless) เสียงสระหรือพยัญชนะซึ่งขณะเปล่งออกมาเส้นเสียงไม่สั่น
  • Introduction to Articulatory Phonetics (Consonants)
  • Consonant Sound / ʃ / as in "show" – American English Pronunciation 
  • Consonant Sound / tʃ / as in "chair" – American English Pronunciation
  • Consonant Sound / s / as in "sun" – American English Pronunciation

ที่มาภาพ : unsplash.com/@wocintechchat

ที่มา : 
การศึกษาเรื่องเสียงและระบบเสียงในภาษา Phonetics and Phonology: A Language Studies http://cheqa.rmuti.ac.th/rmuti_2300/2560/2.3-20.pdf
เก่งอังกฤษเริ่มฝึกแบบนี้ค่ะ โฟนิกส์คืออะไร หลักการ  ตัวอย่างและวิธีการออกเสียงคำที่คล้ายกัน Phonics 3 (จากยูทูปช่อง English I Like)
โฟนิคส์ (Phonics) สำคัญอย่างไร ทำไมต้องเรียน จาก aksorn.com
Aksorn Chula (Chula’s Academic Services Center of Arts)
โครงการอบรม “Phonics ขั้นพื้นฐาน” หลักสูตรออนไลน์ โดย Aksorn Chula จาก arts.chula.ac.th
ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากอาจารย์ ดร. ศุจิณัฐ จิตวิริยนนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่อง : บินยากร นวลสนิท