image

Business & Industrial

เกิด แก่ และตายไป ชีวิตของขยะก็ไม่ต่างกับเรา

Published Date : 20 พ.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

163

ขยะเกิดมาจากไหน ?

ถ้าลองมองรอบตัวเราตอนนี้ สิ่งที่เห็นคงเป็นข้าวของมากมายหลากหลายชนิดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ บ้าน รถที่มีอายุการใช้งานยาวนานนับสิบปี ไปจนถึงขวดน้ำดื่ม ทิชชู หรือบรรจุภัณฑ์ขนมที่มีอายุการใช้งานเพียงหลักนาที และเมื่อใดที่สิ่งเหล่านี้หมดหน้าที่ลง พวกมันจะถูกทิ้งและกลายร่างเป็นสิ่งที่มีชื่อเรียกชื่อใหม่ทันทีว่า ‘ขยะ’ และในทุกวินาที มนุษย์ทั่วทุกมุมโลกกว่า 7,700 ล้านคน ก็กำลังสร้างวงจรซ้ำๆ นี้อยู่เช่นกัน ลองคิดเล่นๆ  ดูสิว่า ‘ขยะ’ เหล่านี้จะมีมากมายสักเพียงใด

 

ชีวิตหลังถูกทิ้ง เมื่อสิ่งของถูกเรียกใหม่ว่า ขยะ

ทุกวันนี้โลกของเรามีประชากรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การขุดใช้ทรัพยากรโลกจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เพื่อรองรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ที่สะดวกสบายของทุกคน แนวคิดแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในการใช้ชีวิตทำให้ไม่มีใครมาตั้งคำถามว่า ‘เกิดอะไรขึ้นหลังการทิ้ง ?’ เมื่อเรานึกถึงการจัดการขยะที่ถูกต้องเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงการแยกขยะเป็นสิ่งแรก หรือไม่ก็คงนึกถึงการนำขยะต่าง ๆ ไปรีไซเคิล เพื่อให้ขยะนั้นได้กลับมาเกิดเป็นของชิ้นใหม่ในมือเราอีกครั้ง

 

“แท้จริงแล้วความสามารถในการบริหารจัดการและนำทรัพยากรขยะกลับมาใช้

เกิดขึ้นเพียงแค่ 9% เท่านั้น

คำถามคือ แล้วอีก 91% ที่เหลือหายไปไหน?

(Circularity Gap Report 2019)”

 

คำตอบก็คือ ขยะยังคงกองกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ที่เรามองไม่เห็น ถ้าให้นำขยะเหล่านั้นมากองรวมกันก็คงสามารถพูดได้ว่ามีขนาดเทียบเท่ากับภูเขาลูกใหญ่ หรือถ้าเป็นขยะที่อยู่ในทะเลก็คงกลายเป็นทวีปใหม่ได้ไม่ยาก ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ขยะยังแอบซ่อนอยู่ในท้องของสัตว์ทะเลที่เรากินเข้าไป กลายเป็นภัยคุกคามใกล้ตัวพวกเราทุกคน จนมีงานวิจัยฉบับหนึ่ง (No Plastic in Nature: Assessing Plastic Ingestion from Nature to People, มหาวิทยาลัย New Castle, Australia) บอกว่าในหนึ่งสัปดาห์ มนุษย์กินพลาสติกที่ปนเปื้อนในอาหารทะเลเท่ากับขนาดบัตรเครดิต 1 ใบเลยทีเดียว ความล้มเหลวในเรื่องการจัดการขยะของมนุษย์กำลงส่งผลกระทบโดยตรงกับการอยู่รอดและเกิดใหม่ของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมถึงชีวิตของพวกเราทุกคนด้วย

 

“หากเปรียบสิ่งของเป็นมนุษย์ เราคงเห็นมนุษย์ที่ถูกสร้างให้มีชีวิตขึ้นมาจำนวนมาก

และถูกทำให้จบชีวิตโดยการนำไป ‘ทิ้ง’ ในระยะเวลาอันสั้น หรือตายก่อนวัยอันควร”

 

ในความมืดมนของการใช้ทรัพยากรและระบบจัดการขยะที่พังพินาศ เราอาจยังพอเห็นแสงสว่างของความหวังและโอกาสจากการเคลื่อนไหวที่กำลังพยายามกำจัดปัญหาเหล่านี้อยู่บ้าง ด้วยวิธีและมุมมองต่าง ๆ จากทั่วโลก ซึ่งต่างก็ยึดหลักการคิด 3 ทาง ได้แก่ ลดการเกิดขยะ (Reduce) ยืดอายุก่อนการเป็นขยะ (Reuse) และ เปลี่ยนขยะเป็นสิ่งใหม่ (Re / Upcycle)

 

Reduce: ควบคุมประชากร ลดอัตราการเกิด (ขยะ)

แนวคิดนี้คือการสร้างระบบ เพื่อลดการผลิตสินค้าที่ยากต่อการจัดการขยะ โดยเฉพาะสินค้าที่ทำจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) เพราะพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทำให้ขยะจากพลาสติกล้นทะลักเข้าสู่ระบบนิเวศ คร่าชีวิตสัตว์ทะเลถึงกว่า 100 ล้านตัวต่อปีจากขยะพลาสติกในทะเล 51 ล้านล้านชิ้น ด้วยปัญหาเหล่านี้ ทำให้เกิดการสร้างธุรกิจที่มีจุดขายจากการไม่ใช้พลาสติกอย่างร้านประเภท Refill Station ที่ขอให้ผู้บริโภคนำภาชนะมาใส่สินค้ากลับบ้านเองแทนการซื้อจากร้านสะดวกซื้อที่มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นจำนวนมาก และขายของที่ใช้ประจำวัน ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอื่นแทนที่สินค้าที่ทำมาจากพลาสติก แนวคิดแบบ refill ริเริ่มและได้รับความนิยมในทวีปยุโรปและอเมริกา ในบ้านเราก็มีร้านค้าแนวนี้เกิดมากขึ้น ส่วนในภาคเอกชน เราเห็นร้านกาแฟต่าง ๆ ให้ส่วนลดกับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาเอง และ ในระดับนโยบายเราก็เพิ่งจะได้เห็นการออกมาขอความร่วมมือจากภาครัฐให้ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ งดการแจกถุงพลาสติก

Refill Station ภาพร้านรีฟิลที่ผู้บริโภคต้องนำภาชนะมาใส่สินค้ากลับบ้านเอง
ที่มาภาพ: www.bbc.com

ในต่างประเทศเองก็มีการใช้มาตรการแบบนี้อย่างจริงจัง เช่น ประเทศเคนย่า มีการกำหนดโทษของการใช้ถุงพลาสติกอย่างรุนแรง ถึงขั้นถูกปรับได้ถึงหนึ่งล้านบาท หรือจำคุก 4 ปีเลยทีเดียว

ผู้คนในเคนย่าหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติิก
ที่มาภาพ: www.the-star.co.ke

 

Reuse: ยืดอายุให้ยาวนานที่สุด ก่อนจะกลายเป็นขยะ

เป็นแนวคิดที่พยายามใช้ของที่ถูกผลิตมาแล้วอย่างคุ้มค่าที่สุดและสร้างคุณค่าให้ได้มากที่สุดก่อนที่ของเหล่านั้นจะถูกทิ้งเป็นขยะ ในอเมริกาแนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ในวงการอาหารในซูเปอร์มาเก็ต โดยธุรกิจที่เรียกตนเองว่า Spoiler Alert ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการกระจายอาหารใกล้หมดอายุ หรือหมดอายุแล้วตามที่ระบุบนฉลาก ซึ่งแท้จริงแล้วอาหารเหล่านี้ยังปลอดภัยต่อการบริโภค ระบบจะจัดการแบ่งปันอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ไปให้กับแหล่งบริจาคอาหาร หรือร้านค้าลดราคา

Spoiler Alert ธุรกิจต่ออายุวัตถุดิบอาหาร
ที่มาภาพ: www.spoileralert.com

ตัวอย่างร้าน Instock ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่แก้โจทย์ปัญหาเดียวกัน โดยเริ่มจากการทำบริการรับจัดเลี้ยงอาหาร (Catering) จากอาหารเหลือ พัฒนาเป็นร้านอาหาร จนตอนนี้มีซุปเปอร์มาเกตเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ทำหน้าที่กระจายวัตถุดิบให้ร้านอาหารและชุนชนในพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับตัวอย่างในประเทศไทย ก็เช่น มูลนิธิ Thai SOS หรือไทยรักษ์อาหาร ที่รับบริจาคอาหารส่วนเกินจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หรือโรงแรม ภัตตาคาร เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ที่ขาดแคลน เช่น โรงเรียน ชุมชน สถานสงเคราะห์ 

 

Instock ธุรกิจบริการรับจัดเลี้ยงอาหาร (Catering) จากอาหารเหลือ

ที่มาภาพ: www.instock.nl

 

ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า การให้เช่าชุดออนไลน์ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เสื้อผ้าแต่ละชิ้นถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ลดการผลิตที่มากเกินความต้องการ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้แบบครั้งเดียวทิ้งอีกด้วย ตัวอย่าง เว็บไซต์ Rent The Runway ที่เป็นคนกลางในการช่วยกระจายชุดจากแบรนด์ต่าง ๆ ให้คนเช่า เป็นการขยายโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการใช้เสื้อผ้าเหล่านั้นอย่างคุ้มค่าที่สุด ลดการทิ้งเสื้อผ้าโดยไม่จำเป็น

 

 

Rent The Runway ธุรกิจเช่าเสื้อผ้าจาากแบรนด์ดัง

ที่มาภาพ: https://digital.hbs.edu/

 

Recycle/ Upcycle: สร้างวัฎจักรให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

มุมมองนี้คือการนำขยะมาเป็นวัสดุตั้งต้นในการผลิตของใหม่ กุญแจสำคัญของการแก้ปัญหาแนวนี้คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการการออกแบบสินค้าจากขยะ ตัวอย่างธุรกิจที่เราน่าจะคุ้นเคยผ่านแนวคิดนี้ ก็เช่นกระเป๋าแบรนด์ Freitag ที่นำผ้าใบกันน้ำเหลือใช้จากรถบรรทุก มาเย็บเป็นกระเป๋า สร้างรายได้ไปพร้อมกับความยั่งยืน หรือแบรนด์ Elvis & Kresse ที่นำสายส่งน้ำดับเพลิงใช้แล้วมาแปรรูปให้เป็นกระเป๋าระดับ Hi-End นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่มองภาพใหญ่กว่าการทำสินค้าอย่าง Miniwiz จากไต้หวันภายใต้การบริหารของ Arthur Huang ที่ใช้พลาสติก recycle มาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่อย่างโรงแรม ตึกในมหาวิทยาลัย สนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้งของ Nike 

ภาพ : Freitag

 

ภาพ : Kresse

 

ภาพ : Miniwiz

ธุรกิจที่นำขยะเป็นวัสดุตั้งต้นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
ที่มาภาพ: www.freitag.ch, www.ethicalfashionguide.com, Miniwiz

รู้หรือไม่ ! โดมบังแดดรูปทรงใบไม้ซ้อนทับกันที่สนามปั่นจักรยาน Sky Land สุวรรณภูมิ
ก็เกิดจากการ recycle พลาสติกทั้งหมดโดย Miniwiz เช่นกัน 

โดมบังแดดที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล Sky Land สุวรรภูมิ
ที่มาภาพ: Miniwiz

ส่วนในประเทศไทยนั้น แนวคิดนี้ได้รับความนิยมมานานหลายสิบปี มีบริษัททั้งแบรนด์รุ่นเก๋าอย่าง YOTHAKA ที่นำผักตบชวามาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความนิยมระดับส่งออก หรือ Plantoys ที่นำเศษไม้มาแปรรูปเป็นของเล่นเด็กที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หรือแม้แต่วัดจากแดงที่ใช้พื้นที่ของวัดรวมขยะจากทั่วประเทศมาทำให้เกิดประโยชน์เช่น การใช้เส้นใยพลาสติกจากขวดน้ำมาทอเป็นจีวร จากกระแสการเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งใหม่นี้ จึงมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยตบเท้าเข้ามาทดลองตลาด เช่น ThaÏs ที่นำเศษหนังเหลือมาสร้างเป็นสินค้าใหม่หลายชนิด Orgafeed ที่นำเศษอาหารเหลือมาเลี้ยงหนอนแมลงวันลายเพื่อนำไปสกัดเป็นโปรตีนเสริมในอาหารสัตว์ และ WISHULADA ที่สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยจากวัสดุเหลือใช้ พร้อมๆไปกับการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) อีกด้วย

 

 

ภาพ : YOTHAKA

ภาพ : Plantoys

ภาพ : วัดจากแดง

กลุ่มคนและธุรกิจในประเทศไทยที่นำขยะเป็นวัสดุตั้งต้นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่
ที่มาภาพ: https://readthecloud.co, www.findel-international.com, http://bizkid8.com/

 

ภาพ :  ThaÏs

ภาพ :  Orgafeed

ภาพ :  WISHULADA
ที่มาภาพ: www.thais-ecoleathers.com, www.facebook.com/Orgafeed,

ธุรกิจหรือกลุ่มคนเหล่านี้ อาจถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่เริ่มตื่นตัวและ ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-cola Uniliver หรือ Apple เองก็ยังต้องปรับตัวและตั้งเป้าหมายในเรื่องความยั่งยืนอย่างชัดเจน เพราะพวกเขารู้ชัดแล้วว่าผู้บริโภคในอนาคตนั้นให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ไม่แพ้เรื่องคุณภาพของสินค้าเช่นกัน 

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด ณ ตอนนี้ หากมองไปรอบ ๆ ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ต่างเป็นปัจจัยที่หล่อเลี้ยงชีวิตและธุรกิจของเรา จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับ ‘ขยะ’ ลดการเกิด ยืดอายุ ทำให้กลับมามีชีวิตใหม่ และร่วมสร้างความยั่งยืนให้เป็นเสาหลักใหม่ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เพราะความหวังเดียวที่เราทุกคนจะแก้ปัญหานี้ได้ ต้องเริ่มจากการลงมือทำของพวกเราเอง ไม่ว่าจะด้วยหลักคิดใดก็ตาม อย่ารอให้สายเกินแก้ เพราะเราอาจไม่มีโอกาสได้ย้อนกลับมาแก้ไข ในวันที่ธรรมชาติไม่ต้อนรับสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเราอีกต่อไป 

เรียบเรียงโดย อมรพล หุวะนันทน์ และโศภิษฐา ธัญประทีป