image

Product Design

งดงามทุกรสสัมผัส: Char Flower Tea ชวนคุณรื่นรมย์กับ ‘ชาดอกไม้’ ในสไตล์พรีเมี่ยม

Published Date : 25 มิ.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

751

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าคำว่า “Char” ที่ออกเสียงว่า “ชา” นั้นแท้จริงเป็นคำภาษาอังกฤษโบราณ (Old British English) ที่แปลว่า “Tea” ในทุกวันนี้ (แต่พวกเราจะคุ้นเคยกับคำว่า “Afternoon Tea” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการดื่มชาของเหล่าผู้ดีอังกฤษกันซะมากกว่า) อย่างไรก็ดี ธรรมเนียมการดื่มชาในชีวิตประจำวันนั้นน่าจะเรียกได้ว่ามีปรากฏอยู่ในแทบทุกวัฒนธรรมของโลก ทั้งในซีกโลกตะวันออกไกลอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือในตะวันออกกลางอย่างกลุ่มประเทศอาหรับ และแม้แต่ในทวีปยุโรปเอง (ที่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟแข็งแรงมาก) ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมดื่มด่ำความหอมของชาจนมีการตั้งชื่อห้องดื่มชาภายในบ้าน หรือสถานที่รับประทานชานอกบ้านแบบเป็นกิจลักษณะ อย่างเช่นคำว่า Salon De Thé (อ่านว่า “ซาลง ดู เต”)  ในวัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยเรา ถ้าไม่นับเทรนด์ “ชานมไข่มุก” ที่ฮอตฮิตในกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงานแล้ว เรายังสังเกตเห็นว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายๆ แบรนด์ที่พยายามนำเสนอวัฒนธรรรมการดื่มชาในรูปแบบที่แตกต่างออกมาให้คนไทยได้สัมผัส นับตั้งแต่ชาระดับท้องถิ่นราคาเข้าถึงง่าย ไล่ขึ้นไปจนถึงชาระดับพรีเมี่ยมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งจากใบชาจริง (Tea Leaf) และที่เป็นชาสมุนไพร ชาผลไม้ ชาดอกไม้ ชาลูกผสอีกหลายอย่าง ซึ่งบางแบรนด์นั้นก็มีสนนราคาที่ทำให้เราอยากค้นหาเหลือเกินว่า “กลิ่นรสของมันจะหอมละมุนไปถึงสวรรค์ชั้นไหนกันหนอ”

เวทีงาน Debut Talk #18 ของ CEA (ในหัวข้อ Let's Craft) ทำให้เราได้รู้จักกับหนึ่งแบรนด์ ‘ชาดอกไม้’ ที่มีรูปลักษณ์และการนำเสนอโดนใจอย่างมาก แบรนด์เล็กๆ ที่เน้นความออร์กานิกส์แบรนด์นี้ใช้ชื่อง่ายๆ ว่า ‘Char Flower Tea’ มีจุดเด่นเรื่องการเป็นชาดอกไม้ชนิดเต็มดอก มีความเป็นธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ และสินค้าส่วนใหญ่จะไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน

เรายกหูโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับ พิม - ศิริพิม อภินันทกุลชัย หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Char Flower Tea เพื่อให้เธอย้อนเล่าถึง แพชชั่น และความฝันอันเป็นที่มาของการก่อตั้งธุรกิจรสนิยมละมุนนี้

“แบรนด์ของเราเพิ่งเริ่มต้นมาได้ราวปีเศษๆ ค่ะ หุ้นส่วนมีทั้งหมด 3 คน หนึ่งคือ พงศกร ทงสุข ที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องแบรนด์ดิ้งและการตลาดออนไลน์ สองคือ ณฤดี อภินันทกุลชัย ที่ดูแลด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ส่วนคนสุดท้ายคือตัวพิมเอง ที่จะรับผิดชอบงานการตลาดในส่วนของรีเทลค่ะ”  ศิริพิมบอกกับเราว่าด้วยความที่หุ้นส่วนทั้งสามมีความชื่นชอบในการเดินทาง และชอบศึกษาวัฒนธรรม จึงมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับวัฒนธรรมการดื่มชาตามซีกโลกต่างๆ มาพอสมควร ประสบการณ์เหล่านั้นนำมาสู่ความสนใจในการเริ่มสะสมชาดอกไม้จากนานาประเทศ จนในที่สุดก็ต่อยอดมาสู่การพัฒนาแบรนด์ Char Flower Tea ขึ้นในที่สุด

 

ชาเต็มดอก’ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ด้วยความที่หุ้นส่วนทั้งสามมีความเชื่อตรงกันว่าความรื่นรมย์ในการดื่มชานั้นต้องเริ่มจากสัมผัสทางตาก่อนเป็นอันดับแรก ทีมงานจึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชาที่ใช้ดอกไม้เต็มดอกเป็นจุดขาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำกับสุนทรียะแบบครบถ้วน นับตั้งแต่ตาชม จมูกดม และรับรสผ่านลิ้นในขั้นท้ายสุด

 

“การคัดเลือกดอกไม้มาผลิตเป็นชาของ Char Flower Tea จะยึดจากความงามของดอก และกลิ่นรสเป็นที่ตั้งเสมอ”

 

ที่ผ่านมาชาดอกไม้ของเราจะมาจากพันธุ์ไม้ดอกที่เขาทำเป็นชาดื่มกันอยู่แล้วในประเทศต่างๆ เรียกว่าบทบาทของเราคือการรวบรวมเอาชาดอกไม้จากทั่วทุกมุมโลกมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองศิริพิมกล่าว

จนเมื่อปฏิทินหมุนผ่านไปราวปีเศษ ปัจจุบัน Char Flower Tea ถึงได้ทำการทดลองพัฒนาชาจากพันธุ์ดอกไม้ไทยขึ้นเอง “ทุกวันนี้เรามีชาวางจำหน่ายแล้วทั้งหมด 7 ชนิดค่ะ ได้แก่ ชากุหลาบสายพันธุ์เยอรมัน (Rose Tea), ชาลิลลี่ (Lily Tea), ชาเก๊กฮวยจักรพรรดิ์ (Imperial Chrysanthemum), ชาเก๊กฮวยขาว (White Chrysanthemum), ชาบัว (Lotus Tea), ชาบัวสายสายพันธุ์ไทย (Water Lily Tea) และชาดอกไม้บาน (Blooming Tea) ที่นำชาเขียวและชาขาวมาผสมกับดอกมะลิ ดอกเบญจมาศ และดอกบานไม่รู้โรย ซึ่งตัวสุดท้ายนี้เป็นชาตัวเดียวของเราที่มีคาเฟอีนค่ะ