image

Business & Industrial

โชค รณกร “เด็กติดเกม” ที่จะเปลี่ยนอีสานให้กลายเป็นอารีนาของคนรัก Esports

Published Date : 7 มิ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

5,563

จะให้สังคมยอมรับ ครอบครัวต้องเปิดใจก่อน
“เด็กติดเกม” คำ ๆ นี้เป็นคำที่สะท้อนภาพลักษณ์เชิงลบที่ผู้ใหญ่หลายคนตีตราให้กับเด็กวัยรุ่นไทยกลุ่มหนึ่งมาตั้งแต่สมัยที่ธุรกิจเกมเริ่มเข้ามาในประเทศเลยก็ว่าได้ ไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องการให้ลูกถูกมองว่าเป็นเด็กติดเกม เพราะมายาคติทางสังคมและสื่อที่มักจะชี้ชวนให้เชื่อว่า เกมคือสาเหตุแห่งความรุนแรงและการต่อต้านสังคม

พ่อแม่ของ โชค - รณกร กิตติสุวรรณ์ อาจจะไม่ถึงกับห้ามเด็ดขาดเรื่องการเล่มเกม แต่ก็มีการตั้งกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้เล่นเกมได้เฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น (โชคแอบกระซิบกับเราว่า ผมรู้ว่าแม่ซ่อนเครื่อง PlayStation ไว้ไหน) จากครอบครัวที่เข้มงวดเรื่องการเล่นเกม โชคทำอย่างไรให้พ่อแม่ยอมรับถึงขั้นยอมแตกไลน์ธุรกิจครอบครัว จากธุรกิจสื่อและป้ายโฆษณารายใหญ่ในขอนแก่น สู่ธุรกิจ Esports แบบครบวงจร ที่เป็นทั้งสนามแข่งขันและสถาบันบ่มเพาะความรู้ด้าน Esports แห่งแรกของอีสานในนาม “Focus Arena”

ถึงการเปิดตัวของ Focus Arena จะสร้างกระแสความตื่นตัวและความหวังในการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่มแฟน Esports และชาวอีสาน แต่หนทางของ Focus Arena นั้นยังอีกยาวไกล ทั้งในเชิงธุรกิจและการสื่อสารกับสังคม “พ่อแม่มองว่าเราเป็นร้านเกม เราจึงพยายามสื่อสาร และต้องเป็นการสื่อสารแบบสองทาง  Focus Arena จึงพยายามจัดอีเวนต์ให้เห็นว่าเราทำอะไรบ้าง เราอยากให้เด็ก ๆ ชวนพ่อแม่มาร่วมงาน ถ้าพ่อแม่เห็นว่าเราให้ความรู้ เรามีทีมงานคอยดูแล และเราจัดการแข่งขันอย่างเป็นระบบ พ่อแม่ก็จะเข้าใจ ต้องให้ผู้ใหญ่เห็นด้วยตาตัวเอง”

“อีสานไปถึงไหนแล้ว แต่คนทั่วไปยังติดภาพพื้นดินแตกระแหงเพราะความแล้งอยู่เลย”
โชค รณกร เลือกไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง “เมื่อก่อนผมเป็นเด็กอ้วนครับพี่ หนักร้อยกว่าโลได้” และอยากทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าน่าจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และเงินเดือนก็น่าจะสูงกว่า แต่พอได้ลองไปอยู่แล้ว ยังไงขอนแก่นก็ตอบโจทย์ผมได้ดีกว่า และเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ทำให้โชคอยากกลับบ้านคือ คำถามของเพื่อนเมื่อเขาต้องตัดสินใจว่าควรจะกลับมาทำงานที่ขอนแก่นดีหรือไม่ เพื่อนถามโชคว่า “นอกจากวัด อาหาร และงานเทศกาลแล้ว ขอนแก่นมีอะไรอีก” 

โชคตอบคำถามนั้นได้อย่างไม่เต็มปาก แต่แทนที่จะคล้อยตามความคิดของเพื่อนว่าอีสานไม่มีอะไรน่าสนใจ โชคกลับคิดว่า “ถ้าไม่มี ก็ต้องกลับไปทำให้มันมีสิ ในหลวง ร.9 ยังมาทำอะไรตั้งเยอะกับดินแตก ๆ ของอีสานบ้านเราเลย ท่านทรงคิดอย่างเดียวว่า ทำแล้วคุณภาพชีวิตของคนจะดีขึ้น”  เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยและคนอีสาน โชคต้องการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่ององค์ความรู้และทัศนคติที่ตัวเขาได้เรียนรู้มา “บางคนเขาไม่มีทางเลือก เขาจึงทำอาชีพเดิมที่พ่อแม่ทำมานาน แต่ผมว่ามีอีกหลายคนไม่ยอมไขว่คว้าโอกาส เพราะดูถูกตัวเอง เหมือนอย่างที่คนอื่น ๆ ดูถูกเรา ผมอยากเปลี่ยนความคิดนี้ของคนอีสาน เราอยากมี Smart City ก็ต้องทำให้คนเป็น Smart People ให้ได้ก่อน”

เมื่อ Passion เกิด สิ่งที่สั่งสมมาตลอดก็ตกผลึก
“พ่อผมชอบทำธุรกิจมาก และมักทำอะไรใหม่ ๆ ให้ขอนแก่นเสมอ เมื่อก่อนที่บ้านทำธุรกิจโรงหนังและจัดคอนเสิร์ต แต่ต้องมาล้มละลายในยุคฟองสบู่แตกปี 40 ติดหนี้อยู่ 30 ล้าน” ครอบครัวของโชคต้องหาช่องทางทำธุรกิจใหม่ จนได้มาจับธุรกิจประกันชีวิตและสามารถถอนหนี้ทั้งหมดได้ภายใน 3 ปี  “สมัยก่อนขายยากครับ แค่กระดาษใบเดียว บางคนมองว่าเราไปแช่งให้เขาตายด้วยซ้ำ แต่พ่อมีทักษะในการพูด ส่วนแม่ก็มีทักษะในการขาย ทุกครั้งที่ไปหาลูกค้า พ่อกับแม่ก็จะพาผมไปด้วย” โชคค่อย ๆ ซึมซับทักษะและเข้าใจความสำคัญของธุรกิจจากครอบครัว ทั้งยังได้รับการปลูกฝังให้ฝึกคิดด้วยตัวเองอยู่เสมอ 

โชคไปศึกษาต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่นั่นเขาได้เรียนวิชาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ และได้เริ่มเข้าสู่วงการในฐานะนักกีฬา Esports อย่างเต็มตัว  โชคฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม ลงแข่งตามสนามต่าง ๆ และสร้างเครือข่ายกับคนในวงการมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่การเป็นนักกีฬาเต็มตัวนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่ใคร ๆ คิด โชคต้องพัฒนาและฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีแต่ความสนุกเหมือนการอยู่ในโลกแฟนตาซี  หลังจากอยู่ในวงการมาระยะเวลาหนึ่ง โชคย้ายกลับบ้านพร้อมกับทักษะและความรู้ที่ตอนนั้นเขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะได้นำกลับใช้อีกหรือไม่

“เป็นธรรมเนียมของครอบครัวที่ลูกชายคนโตต้องแยกตัวออกไปทำธุรกิจใหม่ครับ และต้องเป็นธุรกิจของตัวเอง ส่วนสุดท้ายสำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยก็ถือว่าได้ลอง หากธุรกิจใหม่ล้มเหลว ก็กลับไปสานต่อธุรกิจครอบครัวได้” ตอนนั้นเองที่โชคคิดได้ว่าถึงเขาจะไม่ได้เป็นนักกีฬา Esports แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องตัดขาดจากวงการนี้ไปตลอด เขายังทำหน้าที่อื่นได้  ความชอบส่วนตัวที่ทุ่มเทฝึกฝนมานาน และแนวทางการทำธุรกิจที่ครอบครัวปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กจึงได้ถูกหยิบมาใช้ประโยชน์  เมื่อโชคมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องทำอะไรบางอย่างให้กับตัวเองและบ้านเกิด ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมานี้จึงตกผลึก และเกิดเป็นไอเดีย Esports Arena แห่งแรกในภาคอีสาน และโปรเจกต์แห่งการพิสูจน์ตนเองทั้งกับคนครอบครัวและคนรอบข้างก็เริ่มขึ้นด้วยประโยคสั้น ๆ “พ่อครับ โชคอยากทำ Esports”

“อุตสาหกรรม Esports คึกคักมากนะ แต่ในขอนแก่นตอนนี้ ผมให้แค่ 10 เต็ม 100”
อุตสาหกรรม Esports เติบโตแบบก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ดังทั่วโลกจึงต่างสนใจทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุน และประเทศไทยเองก็เป็นตลาดใหญ่ติดท็อป 20 ของโลก มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ในปี 2561  โชค รณกร เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบการเล่นเกม มองเห็นศักยภาพของ Esports ถึงขนาดยื่นข้อเสนอที่แปลกใหม่นี้กับคนครอบครัวและต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่นาน จนในที่สุดก็ได้ไฟเขียวในการลงทุนหลายสิบล้านกับโปรเจ็กต์นี้  “ปกติในต่างจังหวัด เขาไปจัดกันที่ห้างครับ มีสปอนเซอร์รายใหญ่ ๆ มาลงทุนให้ แต่ผมกลับอยากสร้างอารีนาขึ้นมาเอง”  ถึงจะมุ่งมั่น แต่เมื่อให้ประเมินความพร้อมด้าน Esports ของขอนแก่น เขากลับให้คะแนนเพียง 10 เต็ม 100 เท่านั้น  “คนมองว่า Esports เป็นอัศวินขี่ม้าขาว มาช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเด็กติดเกมให้กลายเป็นนักกีฬา แต่ความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่ดีพอ เพราะทุกวันนี้เด็กติดเกมก็ยังคงเป็นเด็กติดเกม เพียงแต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นว่าอยากสร้างรายได้จากการเล่นเกมด้วย ก็เท่านั้นเอง”  ปัจจัยที่โชคมองว่าจะช่วยทำให้อุตสาหกรรมนี้เข้มแข็งขึ้นได้อย่างแท้จริงคือสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนอย่างเป็นระบบ และมองว่าตอนนี้ Esports ของไทยยังคงเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดเท่านั้น รัฐบาลยังไม่มีนโยบายสนับสนุนที่ตรงจุด และยังขาดสโมสรที่ช่วยสนับสนุนและอบรมในระยะยาว

โชคจึงตัดสินใจที่จะทำโปรเจ็กต์นี้ให้สำเร็จ เพื่อแสดงให้คนต่างจังหวัดได้รู้ว่าขอนแก่นพร้อมแล้วที่จะเป็น Esports อารีนาแห่งภาคอีสาน  “ถึงมันจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมหวังว่าวันหนึ่งจะมีผู้สนับสนุนมากขึ้น และกลายเป็นสถานที่ที่เด็กต่างจังหวัดมีโอกาสได้มาเรียนรู้และพัฒนาความคิด ใครจะรู้ครับ อาจมีมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก คนที่สองเข้ามาเดินเล่นใน Focus Arena และเกิดแรงบันดาลใจจากที่นี่ก็ได้”  ตอนนี้ Esports เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงคนเข้ามา และขอนแก่นจากเดิมที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอาจกลายเป็นจุดหมายของนักกีฬาทั้งไทยและต่างชาติ อย่างที่บุรีรัมย์เคยทำสำเร็จมาแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงผลพลอยได้สำหรับโชค เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือการให้ความรู้ ฝึกทักษะ และเปลี่ยนทัศนคติ  “มีคนถามผมเยอะว่าจะไม่จมเหรอ ไม่เจ๊งเหรอ คนอีสานจะมีเงินมาเล่นจริงเหรอ  หากมองในแง่การลงทุน ถ้าผมไปลงทุนที่กรุงเทพฯ คงจะบูมกว่านี้ แต่ถ้าวันนี้ไม่มีคนเริ่มในขอนแก่น มันก็จะไม่มีคนเริ่มสักที”

Esports ไม่ได้ต้องการแค่นักกีฬา
“ช่วงอายุเฉลี่ยสูงสุดของนักกีฬา Esports อยู่ที่ประมาณ 25 ปี หลังจากผ่านช่วงอายุนั้นไปแล้ว ทุกคนจะเริ่มเคว้ง ฉันจะทำอะไรต่อดี แล้วจะทำอะไรได้บ้าง?”  จุดบอดนี้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญข้อหนึ่งของการก่อตั้ง Focus Arena  ซึ่งต้องการผลักดันให้เกิดบุคลากรในอุตสาหกรรมมากกว่าแค่การปั้นนักกีฬา เพราะหากคุณมีทักษะด้านกราฟิก ด้านการตัดต่อวิดีโอ หรือการเขียนโปรแกรม คุณก็เข้าสู่วงการนี้ด้วยการประยุกต์ทักษะที่มีให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมได้  “ทุกคนเห็นแต่ภาพเบื้องหน้า ภาพนักกีฬาคว้าเงินรางวัล ก็เหมือนฟุตบอลนั่นแหละครับ แต่กว่านักฟุตบอลคนหนึ่งจะเป็นดาวซัลโวได้ เขาต้องซ้อมอย่างหนัก และก็ใช่ว่าทุกคนจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ แต่ถ้าคุณชื่นชอบ Esports คุณยังมีทางเลือกอื่นที่ประกันรายได้และสร้างอาชีพในอนาคตได้ดีกว่า นั่นก็คือการทำงานเบื้องหลัง”

งานเบื้องหลังที่โชคกล่าวถึง ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่งานกราฟิกหรืองานด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่อาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ไปข้างหน้ายังรวมถึงนักการตลาด เอเจนซีโฆษณาและสปอนเซอร์ หรือแม้แต่ตัวแทนขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซึ่ง Focus Arena ก็ได้สร้างเครือข่ายไว้บ้างแล้ว อย่างการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในหลักสูตรการเขียนเกม  นอกจากความหลากหลายด้านบุคลากรแล้ว ทัศนคติในการทำงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแน่นอนว่าเด็ก ๆ ที่เข้ามาสู่อุตสาหกรรมนี้ล้วนมาจากความชื่นชอบการเล่นเกม บ่อยครั้งบุคลากรรุ่นใหม่จึงมองการทำงานเป็นเพียงเรื่องสนุก “ผมเจอปัญหานี้บ่อยครับ หลายคนมาแล้วไม่ทำงานเลย นั่งเล่นเกมตั้งแต่เช้าจนเย็น ไม่ทุ่มเท แบบนี้ผมว่าไม่ใช่ ซึ่งนิสัยและทัศนคติที่ดีก็ต้องปลูกฝังกันใหม่ หากพัฒนาเด็กหนึ่งคนให้ทำงานเป็น และรู้จักหารายได้ด้วยตัวเองสำเร็จ แค่นี้ผมก็ภูมิใจมากแล้ว”

“3 ปีแรก Focus Arena เจ็บตัวแน่นอน แต่เราต้องรู้จักให้ก่อน”
ภาพของอุตสาหกรรม Esports ในประเทศไทยยังไม่ชัดเจน ทุกแบรนด์มองว่าเป็นเพียงโอกาสทางการตลาดเพื่อขายสินค้าของตน ส่วนคนไทยในความคิดเห็นของโชค รณกร ก็ยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินเข้าชมการแข่งขัน ไม่ต่างจากวงการฟุตบอลไทยในอดีตก่อนยุคที่จะมีสมาคม สปอนเซอร์ และระบบลีกเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นทางการ  “คนดูสำคัญมาก คนดูหนึ่งคนคือหนึ่งความคิดเห็นที่ Focus Arena จะได้รับ เพราะวันนี้ เราไม่ได้เพอร์เฟกต์ อารีนาเราไม่ได้ดีที่สุด อุปกรณ์เราก็ไม่ได้ไร้ที่ติ แต่เราต้องการขายความรู้สึก สร้างประสบการณ์ และทำให้คนดูมีความสุข”

อย่างที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่าหนทางของ Focus Arena นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งในเชิงธุรกิจและการสื่อสารกับสังคม การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้พ่อแม่และคนอีสานได้เห็นถึงความตั้งใจและประโยชน์ของอารีนาแห่งนี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่ Focus Arena ยังต้องแบกรับไว้เองในช่วงตั้งต้น  “3 ปีแรกนี้ Focus Arena ต้องเจ็บตัวแน่นอน เพราะสปอนเซอร์อาจยังไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับเรา เขาอาจคิดว่ายังไม่คุ้ม”  ถึงจะคาดการไว้แล้วว่าอารีนาอาจต้องขาดทุนในช่วงปีแรก ๆ ของการทำธุรกิจ แต่โชค รณกร ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป และการเริ่มต้นก็เป็นไปได้ด้วยดีเพราะมีหน่วยงานมากมายสนใจร่วมเป็นเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทระบบอินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร ห้างสรรพสินค้าในภาคอีสาน และบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศอย่าง Alibaba

เป้าหมาย ณ ตอนนี้ของ Focus Arena คือการสอนแบบอะคาเดมีให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และได้ทดลองจริง “เราต้องให้ความรู้และทำให้คนเข้าใจ Esports ก่อน จึงจะสามารถหารายได้ได้ ยังไงก็ต้องรู้จักให้ก่อน”  การจัดการแข่งขันที่ Focus Arena วางแผนไว้ เป็นการแข่งแบบเครือข่าย 20 จังหวัด โดยแบ่งตามสายและจัดแข่งรอบตัดสินที่ขอนแก่น การขาดทุนในช่วงแรกเพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เข้มแข็งทั้งในด้านการรับรู้และบุคลากร ตลอดจนผลพลอยได้ที่จะเปลี่ยนอีสานให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Esports จึงถือว่าคุ้มค่ามาก

ตอนนี้หลายคนยังคงไม่คล้อยตามกับความสำเร็จที่โชค รณกร และคนในครอบครัวมองภาพไว้ บางคนรู้สึกดีใจที่อีสานกำลังจะมีโปรเจ็กต์ใหญ่ ๆ เกิดขึ้น แต่ก็ยังเฝ้าติดตามด้วยความสงสัย แต่สำหรับเด็กหนุ่มอายุ 25 ปี การพิสูจน์ตัวเองกับพ่อ ผู้เป็นนักธุรกิจมากประสบการณ์ให้ยอมซื้อไอเดียด้วยงบประมาณที่วางไว้เบื้องต้นที่ 10 ล้านบาท และสามารถสร้างเครือข่ายต่อยอดจนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นจนแตะ 40 ล้านบาท และได้รับสปอนเซอร์ในรูปแบบระบบต่าง ๆ จนถึงวันที่ Focus Arena ได้ฤกษ์ตอกเสาเข็มก็นับว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดแล้ว

เรื่อง : ฐานันดร วงศ์กิตติธร | ภาพ : ฐิติพัฒน์ พัฒนวิจิตร และจุลภพ สงวนศิลป์